CUURP Urban Architecture Thesis in TUDA2019

CUURP and 2019 Urban Architecture Thesis in TUDA2019

“ก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง : Step-in into the Age of Disruption”

 

ภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองขอเชิญท่านที่สนใจเข้าชมผลงานวิทยานิพนธ์ของบัณฑิต ภายใต้หัวข้อ “ก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง : Step-in into the Age of Disruption” ในงานนิทรรศการ “TUDA2019 : City Walk by Urban Design – เมืองออกแบบ คนออกเดิน” จัดโดยสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน ศกนี้ เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ลานกิจกรรมแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1

 

ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในภาคีของสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ได้เปิดทำการเรียนการสอน หลักสูตรการวางผังเมืองบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง ตั้งแต่ปี พศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน ผลงานของบัณฑิตที่ร่วมแสดงในงาน TUDA 2019  นับเป็นบัณฑิตรุ่นที่ 11 และเป็นบัณฑิตรุ่นสุดท้ายของหลักสูตรฯ ดังกล่าว ตลอดระยะเวลา 11 ปี หลักสูตรฯ ได้ดำเนินการเรียนการสอนในสาขาสถาปัตยกรรมผังเมืองมีความเป็นสหวิชาชีพซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างการผังเมือง (Urban Planning) และงานออกแบบงานสถาปัตยกรรม โดยหลักสูตรมีวัตถุประสงค์เพื่อจะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพทางด้านการออกแบบเมือง ผู้มีความรู้ความสามรถในศึกษารวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของเมือง ในมิติต่างๆ ทั้งในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเท่าเทียมกันทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการของสาธารณะทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การดำเนินการวิทยานิพนธ์ของหลักสูตรฯ ในปีที่ผ่านมา สามารถจัดกลุ่มหัวข้อเพื่อตอบสนองความต้องการความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาเมืองได้ในประะเด็นสำคัญอยู่ 4 ประเด็นหลัก คือ

1. การออกแบบและฟื้นฟูเมืองเพื่อโอกาสของอยู่อาศัยและการเป็นศูนย์กลางรอง จำนวน 5 ผลงาน
2. การออกแบบและฟื้นฟูเมืองตามแนวโครงสร้างพื้นฐานเก่าและเพื่อการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ จำนวน 7 ผลงาน
3. การออกแบบและฟื้นฟูเมืองโดยการใช้แนวคิดเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์กับพื้นที่เสื่อมโอกาสและเมืองในภูมิภาค จำนวน 5 ผลงาน
4. การออกแบบและฟื้นฟูเมืองภายใต้ความหลากหลายและความแตกต่างทางเศรษฐกิจสังคม จำนวน 6 ผลงาน

 

ในงานนิทรรศการและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสามาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ภายใต้หัวข้อ “เมืองออกแบบ คนออกเดิน” ในครั้งนี้ หลักสูตรฯ ได้คัดเลือกหัวข้อวิทยานพนธ์ที่น่าสนใจ และเกี่ยวเนื่องกับการผลักดันให้เมืองในประเทศไทยกลายเป็นเมืองงเดินได้ เดินดี เดินอย่างมีคุณภาพในยุคที่สังคมไทยมีการเปลี่ยนผ่านอย่างสับสน และให้ความสำคัญกับทิศทางของการพัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดด ใน 6 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

 

1 .Cooling Our Walk: Rama 1
กล่าวถึงปัญหาพื้นฐานของเมืองและการเดินในเมืองที่ต้องประสบปัญหาเรื่องเกาะความร้อน พร้อมนำเสนอแนวทางการแก้ไขให้คนเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองชั้นในอย่างถนนพระราม 1 ที่มีการให้บริการสาธารณะที่ดีอยู่แล้วหันมาเดินในเมืองได้มากขึ้น

urban architecture thesis 2019

 

 

2. Collaborative Stride: Rama 4
กล่าวถึงถนนสายสำคัญทางเศรษฐกิจที่คนมองข้ามอย่างถนนพระราม 4 เชื่อมศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในยุคต่างๆเข้าด้วยกันตั้งแต่หัวลำโพง ไปจนถึงศูนย์สิริกิติ์ วิทยานิพนธ์นำเสนอการเชื่อมต่อจุดสำคัญทางเศรษฐกิจรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นขนส่ง ความรู้ การสร้างสรรค์ การเงิน และการนันทนาการ เข้าด้วยกัน ต่อเนื่องกันด้วยการเดินได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเชื่อมเศรษฐกิจจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง

 

3. Day-night Stalking: Silom
กล่าวถึงความเท่าเทียมกันของกลางวันและกลางคืนในย่านของเมืองที่จริงๆ มีกิจกรรมหลากหลายต่อเนื่องอยู่ในทุกระยะก้าวตลอด 24 ชั่วโมง แต่ความเข้าใจดังกล่าวถูกละเลยและมองโอกาสทางเศรษฐกิจยามค่ำคืนอย่างดูแคลนทั้งๆ ที่พื้นที่สีลมมีส่วนช่วยเติมเต็มเวลาทางสังคม และเปิดโอกาสให้คนบางกลุ่มอยู่ในเมืองได้อย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น

urban architecture thesis 2019

 

4. Paces of Momento: Nang Loeng
กล่าวถึงย่านเศรษฐกิจเก่าของเมืองอย่างพื้นที่นางเลิ้ง ที่แสดงวัฏจักรของการเจริญ ตั้งอยู่ และถดถอย แต่ตลอดระยะเวลาย่านเก่าต่างๆ ได้บรรจุเอาวิถีชีวิต และมรดกทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นต้นทุนทางสังคมที่จะพาให้ย่านเก่าสามารถเดินทางไปพร้อมกับมหานครยุคใหม่ได้อย่างน่าจดจำและมีอัตลักษณ์ในทุกย่างก้าวแบบเช้าจรดค่ำ

urban architecture thesis 2019

 

5. Gourmet Strolling: Yaowaraj
กล่าวถึงประเด็นร้อนเรื่องหาบเร่แผงลอยในเมือง ในมิติที่เป็นปัญหา อุปสรรค หรือโอกาสทางเศรษฐกิจของคนเมือง โดยงานนำเสนอความสลับซับซ้อนของพื้นที่ถนนและอาคารบนถนนเยาวราชที่จริงๆ แล้วสามารถนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อตอบสนองทั้งเสน่ห์ของย่านการค้าและมรดกอาหารข้างถนนโดยไม่ลดทอนความเพลิดเพลินจากการเดินเท้า

urban architecture thesis 2019

6. Step up to Equity: Sapan Kwai
กล่าวถึงเมืองในเชิงความไม่เทียมกันของประชากรเมืองเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมืองถูกออกให้กลายเป็นนิคมแรงงานวัยหนุ่มสาว แต่ในขณะที่ประชากรเมืองส่วนหนึ่งกำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ พื้นที่สะพานควายจึงกลายเป็นสมรภูมิทางความคิดที่สำคัญกลางเมือง ที่จะหาโอกาสให้ผู้คนที่มีความหลายหลายของวัยและฐานะทางสังคมเศรษฐกิจ สามารถเข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลได้

urban architecture thesis 2019